ประการแรกและสำคัญที่สุด บริษัทได้เปิดเผยแผนธุรกิจระยะเวลา 3 ปี ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) แบบ Pure-Play จะมีรถยนต์รุ่นปัจจุบันและอนาคต 5 รุ่นออกสู่ตลาดโลกภายในปี 2567 ปลั๊ก Polestar 1 แบบเอกสิทธิ์เฉพาะบุคคล ทั้งแบบไฮบริดและโพลสตาร์ 2 EV ออกมาแล้ว แต่โพลสตาร์ยังยืนยันด้วยว่าแนวคิดพรีเซ็ปต์จะเรียกว่าโพลสตาร์ 5 ซึ่งเป็น “สปอร์ตหรู GT 4 ประตู” หรือซีดาน ตามที่พวกเขาเรียกกันว่า Polestar เปิดตัว Polestar 5 ในเนื้อหนังที่งาน NYC

นอกจาก Polestar 5 แล้ว ก็มีเซอร์ไพรส์ที่ใหญ่ขึ้นด้วย – การเปิดตัวภาพทีเซอร์ของ Polestar 3 ซึ่งจะเป็น “เอโรเอสยูวีสุดหรู” ที่จะเล่นในพื้นที่ EV SUV ขนาดกลางที่มีการแข่งขันสูง ซึ่ง Tesla Model Y ( TSLA ) และ Fisker Ocean ( I ) ที่กำลังจะมีขึ้นจะต่อสู้เพื่อส่วนแบ่งการตลาด

คุณสมบัติที่สำคัญอีกประการของ Polestar 3 คือจะถูกสร้างขึ้นในอเมริกา ในขณะที่รุ่น Polestar อื่นๆ จะถูกสร้างขึ้นในประเทศจีน (ผู้ปกครองของ Polestar คือ Geely ของจีน)

“เราจะสร้างในอเมริกาเพื่อคนอเมริกัน” Thomas Ingenlath CEO ของ Polestar กล่าว “Polestar 3 มีแผนที่จะเปิดตัวในปี 2565 ในฐานะเอสยูวีสมรรถนะทางไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่จะกำหนดรูปลักษณ์ของเอสยูวีในยุคไฟฟ้า นอกจากนี้ยังจะเป็นรถ Polestar คันแรกที่ผลิตในอเมริกาอีกด้วย”

Volvo (อดีตพ่อแม่ของ Polestar และ Geely เป็นเจ้าของด้วย) มีโรงงานอยู่ในเซาท์แคโรไลนา และดูเหมือนว่า Polestar จะสร้าง Polestar 3 ที่นั่นด้วยเช่นกัน ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจ “asset-light” ที่ Polestar ใช้เพื่อสร้างรถยนต์ในโรงงานที่มีอยู่ซึ่งเป็นเจ้าของโดย Volvo และ Geely ( 0175.HK ) ในประเทศจีน

Polestar ตั้งเป้าที่จะเพิ่ม “เลเวอเรจในการดำเนินงาน” ซึ่งหมายความว่าจริง ๆ แล้วมันจะทำกำไรได้มากกว่าด้วยการเพิ่มปริมาณ ซึ่งเป็นสิ่งที่มักจะทำได้ยาก

นอกจากนี้ Polestar ยังประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้ลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นทางการกับ Gores Guggenheim SPAC ( GGPI ) ซึ่งนำโดย Alec Gores มหาเศรษฐีพันล้าน โดยข้อตกลงดังกล่าวคาดว่าจะปิดตัวลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2022 Polestar ยังกล่าวอีกว่าจะดำเนินการใน 30 ตลาดภายในปี 2023 และ คาดยอดขายจะแตะ 290,000 คันภายในสิ้นปี 2568